ควันหลง ฟุตบอลต่างประเทศ แดงเดือดที่กินกันไม่ลง

จบไปเรียบร้อยสำหรับศึกแดงเดือดยกแรกของซีซั่นนี้โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์น่ารัก 1-1 ซึ่งจากผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล หยุดสถิติชนะรวด 8 นัดลง แต่ทั้งนี้ก็ยังคงนำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 6 คะแนน แต่สำหรับ แมนฯ ยูฯ ต้องบอกว่าพวกเขายังคงวนเวียนอยู่กับตอนท้ายของตารางซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นใน ฟุตบอลต่างประเทศ ที่เกิดขึ้นกับทีมระดับนี้ 

แต่ควันหลงจริง ๆ ที่อยากพูดถึงเกมแดงเดือดที่พึ่งผ่านพ้นไปคือ เมื่อมองในรูปเกมต้องถือว่าการขาด โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ของผู้มาเยือน ส่งผลอย่างเห็นได้ชัด ด้วยกองหน้าฝั่งขวาแทบไม่ได้มีพิษสงอะไรให้แนวรับ ปีศาจแด งต้องพะวงมากนัก การใช้ ดิว็อก โอริกี้ ในนัดนี้ถือเป็นตัวเลือกเดียวที่ เจอร์เกน คล็อปป์ จะสามารถทำได้ เพราะ ชากีรี่ เองก็ยังเจ็บ ขณะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เล็ด-แชมเบอร์เลน ก็ไม่ใช่สายกองหน้ากึ่งปีกธรรมชาติมากนัก ในทางกลับกันเกมนี้เจ้าบ้านยังคงขาด ปอล ป็อกบา ทำให้สื่อ ฟุตบอลต่างประเทศ หลายฝ่ายมองว่าโอกาสที่จะแพ้คาบ้านมีสูง แต่เมื่อลงสนามจริง ๆ หลายคนทำผลงานได้ดีเกินคาดโดยเฉพาะคู่มิดฟิลด์อย่าง เฟร็ด และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำเอาแผงมิดฟิลด์ของทีมเยือนไปไม่เป็น

อย่างไรก็ตามจังหวะได้ประตูนำของเจ้าบ้านก็ยังมีความคาใจว่าเป็นจังหวะฟาล์วก่อนหน้านั้นหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดเมื่อผู้ตัดสินเช็คภาพช้าทุกอย่างก็สะอาดสดใส แม้ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูล จะยิงเข้าประตูไป แต่เมื่อเป็นลูกแฮนด์บอลทุกอย่างก็ชัดเจนตามกติกาที่ระบุเอาไว้ แต่ครึ่งหลังเมื่อลงสนามกลายเป็นเจ้าบ้านออกอาการกลัวถึงขนาดเล่นเกมรับแบบน่าเกลียดเกินไปจนท้ายที่สุดทีมเยือนก็มาตีเสมอได้สำเร็จ ทำให้ผลการแข่งขันจบลงด้วยสกอร์ดังกล่าว แม้ในอดีตจะมองว่านี่คือคู่ ฟุตบอลต่างประเทศ หยุดโลกที่ควรดู แต่ปัจจุบันเหมือนสถานการณ์มันค่อย ๆ เปลี่ยนไป อัตราความสนุกก็ลดลงแปลก ๆ ยังไงชอบกล จริง ๆ ผลการแข่งขัน ฟุตบอลต่างประเทศ ทีมที่ดูเสียหายมากกว่าคงเป็น แมนฯ ยูฯ ที่พวกเขายังคงไม่ชนะใครอีกเช่นเคย ทำให้เก็บได้เพิ่มอีกแค่คะแนนเดียวเท่านั้น อย่าไปพูดถึงเรื่องการลุ้นท็อปโฟร์ของตาราง เอาแค่จบซีซั่นนี้ให้อยู่โซนบนของตารางก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว บอลไม่มีทรงแม้มีแรงฮึดมากขนาดไหนแต่ท้ายที่สุดมันก็ไม่อาจต้านทานได้